Please use this identifier to cite or link to this item: http://ithesis-ir.su.ac.th/dspace/handle/123456789/6103
Title: PARTICIPATORY ACTION RESEARCH FOR THE DEVELOPMENT OF THE CURRICULUM TO PROMOTE THE IDENTITY OF CHITRALADA SCHOOL AMONG THE UPPER ELEMENTARY STUDENTS
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างอัตลักษณ์ ของโรงเรียนจิตรลดา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย
Authors: Tuchcha PARAKAWONG NA AYUTTHAYA
ทัชชา ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา
Poranat Kitroongrueng
ปรณัฐ กิจรุ่งเรือง
Silpakorn University
Poranat Kitroongrueng
ปรณัฐ กิจรุ่งเรือง
pkprofessor@hotmail.com
pkprofessor@hotmail.com
Keywords: หลักสูตร
อัตลักษณ์
การมีส่วนร่วม
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
นักเรียนประถมศึกษา
CURRICULUM
IDENTITY
PATICIPATORY
CURRICPARTICIPATORY ACTION RESEARCH
ELEMENTARY STUDENT
Issue Date:  3
Publisher: Silpakorn University
Abstract: This study aimed to: (1) investigate the needs for designing and developing an identity-enriching curriculum for upper elementary students at Chitralada School; (2) develop and evaluate the quality of the identity-enriching curriculum; (3) implement the curriculum with upper elementary students, with specific objectives to (3.1) assess its effectiveness, (3.2) examine students’ satisfaction with the curriculum, and (3.3) explore teachers’ satisfaction with its use; and (4) evaluate and improve the curriculum. The participants included three school administrators, 27 homeroom teachers of Grades 4–6, 35 Grade 4 students, and nine Grade 4 teachers. Data were analyzed using content analysis, thematic analysis, percentage, mean, and standard deviation. The findings on curriculum design and development indicated that the identity components comprised five key domains: loyalty to the monarchy, patriotism and preservation of Thai identity, good manners and conduct, public-mindedness, and positive interpersonal relationships. The developed curriculum, entitled Darunphat Chitralada Curriculum, was designed for Grades 4–6 and implemented through a 45-hour homeroom activity program, with 15 hours allocated to each grade level. The curriculum framework included nine components: curriculum title, rationale, principles, objectives, structure, course description, course outline, instructional guidelines, and assessment and evaluation methods. The curriculum was found to be highly appropriate (M = 3.98, SD = 0.66) and feasible (M = 3.97, SD = 0.63). The implementation results revealed that students’ identity levels improved across three phases: pre-implementation (M = 2.21, moderate), during implementation (M = 2.37, high), and post-implementation (M = 2.73, high). Teacher assessments also indicated significant improvement in student identity development (M = 2.73, SD = 0.36). Student satisfaction with the curriculum was rated at a high level (M = 2.73, SD = 0.34), while teacher satisfaction reached the highest level (M = 4.57, SD = 0.36). The aspect rated highest was teacher participation in curriculum development (M = 4.91, SD = 0.18). Finally, the evaluation and revision of the curriculum indicated the highest levels of overall appropriateness (M = 4.88, SD = 0.25) and feasibility (M = 4.91, SD = 0.22).
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นสำหรับการออกแบบ และพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างอัตลักษณ์ของโรงเรียนจิตรลดา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย 2) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรเสริมสร้างอัตลักษณ์ของโรงเรียนจิตรลดา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย 3) เพื่อทดลองใช้หลักสูตรเสริมสร้างอัตลักษณ์ของโรงเรียนจิตรลดา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย โดยมีวัตถุประสงค์ย่อยดังนี้ 3.1) เพื่อประเมินประสิทธิผลการใช้หลักสูตรเสริมสร้างอัตลักษณ์ของโรงเรียนจิตรลดา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย 3.2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ตามหลักสูตรเสริมสร้างอัตลักษณ์ของโรงเรียนจิตรลดา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย 3.3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครูระดับประถมศึกษาตอนปลายที่มีต่อการใช้หลักสูตรเสริมสร้างอัตลักษณ์ของโรงเรียนจิตรลดา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย 4) เพื่อประเมินและปรับปรุงหลักสูตรเสริมสร้างอัตลักษณ์ของโรงเรียนจิตรลดา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนจิตรลดาจำนวน 3 คน ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 27 คน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 35 คน และครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 9 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) ร่วมกับการวิเคราะห์แก่นสาระ (Thematic analysis) ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาความต้องการจำเป็นสำหรับการออกแบบและพัฒนาหลักสูตร พบว่า องค์ประกอบของอัตลักษณ์ของโรงเรียนจิตรลดาที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตรประกอบด้วยองค์ประกอบ 5 ด้าน คือ ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ความรักชาติและอนุรักษ์ความเป็นไทย การมีความประพฤติและกิริยามารยาทดี การมีจิตสาธารณะ และการมีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น ผลการการพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพหลักสูตร พบว่า หลักสูตรถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ในคาบกิจกรรมโฮมรูมซึ่งมีสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง ระยะเวลาสำหรับการเรียนรู้ตลอดหลักสูตรทั้งหมดจำนวน 45 ชั่วโมง แบ่งเป็น 3 รายวิชา  ระดับชั้นละ 1 รายวิชา รายวิชาละ 15 ชั่วโมง โดยหลักสูตรนี้ใช้ชื่อว่า “หลักสูตรดรุณพัฒน์แห่งจิตรลดา” ประกอบด้วยองค์ประกอบของหลักสูตร ได้แก่ 1)ชื่อหลักสูตร 2)ความเป็นมา 3)หลักการ 4)จุดมุ่งหมาย 5)โครงสร้างหลักสูตร 6)คำอธิบายรายวิชา 7)โครงสร้างรายวิชา 8)แนวทางการจัดการเรียนรู้ 9)แนวทางการวัดและประเมินผล ผลการประเมินความเหมาะสมของหลักสูตรในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.98 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.66 และความเป็นไปได้ในการนำหลักสูตรไปใช้ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.97 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.63   ผลการทดลองใช้หลักสูตร 1) ผลการวัดอัตลักษณ์ของโรงเรียนจิตรลดา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย 3 ระยะ พบว่า ในภาพรวมหลังเสร็จสิ้นการทดลองใช้หลักสูตรนักเรียนมีแนวโน้มในการพัฒนาอัตลักษณ์ เพิ่มขึ้นในทุกด้าน ก่อนทดลองใช้อยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 2.21 ระหว่างทดลองใช้อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 2.37 หลังทดลองใช้อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 2.73 2) ผลการประเมินนักเรียนโดยครูประจำชั้น หลังเสร็จสิ้นการทดลองใช้หลักสูตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ค่าเฉลี่ย 2.73 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.36 3) ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ตามหลักสูตรเสริมสร้างอัตลักษณ์ของโรงเรียนจิตรลดา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ผลการวิจัยพบว่า ระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ตามหลักสูตรโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 2.73 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.34 และ 4) ผลการศึกษาความพึงพอใจของครูระดับประถมศึกษาตอนปลายที่มีต่อการใช้หลักสูตรเสริมสร้างอัตลักษณ์ของโรงเรียนจิตรลดา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ผลการวิจัยพบว่า ระดับความพึงพอใจของครูที่มีต่อการเรียนรู้ตามหลักสูตรโดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.57 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.36 รายด้าน พบว่า ด้านที่มีความพึงพอใจมากที่สุด คือ ด้านการมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร ค่าเฉลี่ย 4.91 ส่วนเบี่ยงมาตรฐาน 0.18 ผลการประเมินและปรับปรุงหลักสูตรเสริมสร้างอัตลักษณ์ของโรงเรียนจิตรลดา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย พบว่า ระดับความเหมาะสมของหลักสูตร โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.88 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.25 ระดับความเป็นไปได้ของหลักสูตร โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 4.91 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.22
URI: http://ithesis-ir.su.ac.th/dspace/handle/123456789/6103
Appears in Collections:Education

Files in This Item:
File Description SizeFormat 
630630010.pdf25.24 MBAdobe PDFView/Open


Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.