Please use this identifier to cite or link to this item:
http://ithesis-ir.su.ac.th/dspace/handle/123456789/5653| Title: | A META-ANALYSIS RESEARCH OF INNOVATIONSFOR DEVELOPING ANALYTICAL READING SKILLSIN THAI SUBJECT OF BASIC EDUCATION STUDENTS การวิเคราะห์อภิมานงานวิจัยนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการอ่านเชิงวิเคราะห์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน |
| Authors: | Onchira PUANGMALAI อรจิรา พวงมาลัย Saranya Chanchusakun สรัญญา จันทร์ชูสกุล Silpakorn University Saranya Chanchusakun สรัญญา จันทร์ชูสกุล CHANCHUSAKUN_S@SU.AC.TH CHANCHUSAKUN_S@SU.AC.TH |
| Keywords: | นวัตกรรมเพื่อพัฒนาการอ่านเชิงวิเคราะห์ การวิเคราะห์อภิมาน ภาษาไทย Innovations For Developing Analytical Reading A Meta-Analysis Thai Subject |
| Issue Date: | 4 |
| Publisher: | Silpakorn University |
| Abstract: | This research aimed to 1) evaluate quality level of innovation research of innovations for developing analytical reading in Thai subject of basic education students 2) study the research characteristics influencing the effect size of innovations for developing analytical reading in Thai subject of basic education students and 3) synthesize existing knowledge on innovations for developing analytical reading in Thai subject of basic education students.The meta-analysis sample comprised 80 full-text graduate education theses published between 2010 and 2021, which provided sufficient statistical data for calculating effect sizes and met a minimium of “good” quality level. The research instruments were Index of Item Objective Congruence (IOC), Research Information Sheet, analysis of effect size by Glass method, and differences in effect size determined by one-way ANOVA and content analysis. The result showed that:
1) The graduate education theses used for evaluating quality innovation research was at “a very good” quality level. When considering the classification of each aspect, it was found that data analysis exhibited the highest quality classified as “a very good” quality level.This was followed by the aspect of research methods, the summarizing the discussion of the results and suggestions, both were at “a very good” quality level. The aspect of background and importance of the research problem were at “a good” quality level, while the aspect of research report presentation and related documents and research were at “a moderate” quality level.
2) The one-way ANOVA result showed that variables significantly influencing effect size at the p การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินคุณภาพงานวิจัยด้านนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการอ่านเชิงวิเคราะห์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานอยู่ในระดับใด 2) ศึกษาคุณลักษณะของงานวิจัยที่มีผลต่อค่าขนาดอิทธิพลของงานวิจัยนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการอ่านเชิงวิเคราะห์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ 3) สังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการอ่านเชิงวิเคราะห์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิเคราะห์อภิมาน คือ วิทยานิพนธ์ในระดับบัณฑิตศึกษาเป็นงานวิจัยที่สามารถสืบค้นฉบับสมบูรณ์ มีการรายงานสถิติที่เพียงพอต่อการนำไปใช้คำนวณค่าขนาดอิทธิพลเกี่ยวกับนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการอ่านเชิงวิเคราะห์ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ทำขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553-2564 และมีคุณภาพระดับดีขึ้นไป จำนวน 80 เล่ม เครื่องมือวิจัยได้แก่ แบบประเมินคุณภาพงานวิจัย แบบบันทึกคุณลักษณะงานวิจัย และวิเคราะห์ค่าขนาดอิทธิพลโดยวิธีของ Glass และความแตกต่างของค่าขนาดอิทธิพลด้วยความแปรปรวนทางเดียว (one-way ANOVA) และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) งานวิจัยประเภทวิทยานิพนธ์ที่ใช้ในการประเมินคุณภาพงานวิจัยในภาพรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับดี เมื่อพิจารณาจำแนกรายด้าน พบว่า ด้านผลการวิเคราะห์ข้อมูล มีค่าเฉลี่ยสูงสุดมีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก รองลงมาคือ ด้านวิธีดำเนินการวิจัย ด้านการสรุปอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก และด้านความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาวิจัย คุณภาพอยู่ในระดับดี ในขณะที่ด้านการนำเสนอรายงานวิจัย และด้านเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง คุณภาพอยู่ในระดับปานกลาง 2) ผลการวิเคราะห์ความแปรปรวนของค่าขนาดอิทธิพล พบว่า ตัวแปรปรับคุณลักษณะงานวิจัยที่ทำให้ค่าขนาดอิทธิพลแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 มีจำนวน 3 ตัวแปร ได้แก่ ตัวแปรคุณลักษณะการวิจัยด้านการพิมพ์และ ผู้วิจัย 2 ตัวแปร คือ ประเภทสถาบันที่ผลิตงานวิจัย และสถาบันที่ผลิตงานวิจัย และด้านวิธีวิทยาการวิจัย 1 ตัวแปร คือ การออกแบบวิจัยเชิงทดลอง 3) สรุปองค์ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการอ่านเชิงวิเคราะห์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากการวิเคราะห์เนื้อหา แบ่งออกเป็น 5 ด้านตามประเภทของนวัตกรรมหลัก มีรายละเอียดดังนี้ 1) นวัตกรรมด้านรูปแบบการสอน ได้แก่ รูปแบบการสอนโดยใช้โมเดลซิปปา (CIPPA), รูปแบบการเรียนการสอนตามวัฏจักรการเรียนรู้ 4 MAT, รูปแบบการสอนแบบเปิด (Open Approach), รูปแบบการสอนแบบเมตาคอกนิชัน, รูปแบบการสอนเน้นการอ่าน, และ รูปแบบการสอนตามแนวคิดเชิงระบบ 2) นวัตกรรมด้านวิธีการสอน ได้แก่ วิธีการจัดการเรียนรู้แบบ SQ4R, SQ5R, วิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (BBL), วิธีการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) และวิธีสอนแบบวิทยาศาสตร์ 3) นวัตกรรมด้านเทคนิคการสอน ได้แก่ เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Jigsaw, STAD และ CIRC), การใช้ KWLH Plus, การจัดการเรียนรู้แบบเลือกสรร, การใช้ผังกราฟิก-แผนผัง-ผังกราฟิก, การคิดแบบหมวกหกใบ, และการใช้คำถาม 4) นวัตกรรมด้านสื่อการเรียนรู้ ได้แก่ แบบฝึกทักษะ/ชุดฝึก, ชุดกิจกรรม/ชุดการสอน, การสอนโดยใช้นิทาน/หนังสืออ่านเพิ่มเติม, และการสอนโดยใช้บทความ/สื่อสิ่งพิมพ์ 5) นวัตกรรมที่เกิดจากการบูรณาการ ได้แก่ รูปแบบการสอนร่วมกับรูปแบบการสอน, รูปแบบการสอนร่วมกับเทคนิคการสอน, วิธีการสอนร่วมกับเทคนิคการสอน, เทคนิคการสอนร่วมกับเทคนิคการสอน และเทคนิคการสอนร่วมกับสื่อการเรียนรู้ |
| URI: | http://ithesis-ir.su.ac.th/dspace/handle/123456789/5653 |
| Appears in Collections: | Education |
Files in This Item:
| File | Description | Size | Format | |
|---|---|---|---|---|
| 630620136.pdf | 4.71 MB | Adobe PDF | View/Open |
Items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved, unless otherwise indicated.